นึกไม่ถึงเลยว่า Logo Identity รุ่นแรกของบริษัทยักษ์ใหญ่ทาง Computer อย่าง Apple จะเป็นรูป Isaac Newton นั่งอยู่ใต้ต้น apple แสดงว่า Steve Jobs คงได้แรงบันดาลใจจาก Isaac Newton มาพอควรเลย รุ่นแรกนี้ถูกออกแบบโดย Ronald Wayne ในปี 1976 ทีมงานรุ่นแรกที่ร่วมงานกับ Jobs (แต่ทำงานแค่ 2 อาทิตย์ก็ลาออกซะก่อน ไม่งั้นรวยไปแล้ว) Jobs คิดว่า Logo Identity รุ่นแรกดูซับซ้อนเกินไป (อาจทำให้ยอดขายไม่ดี เกี่ยวมั๊ย?) เลยไปจ้าง Rob Janoff จาก Regis McKenna Agency ออกแบบรุ่นที่สอง ที่เป็นรูป Apple สีรุ้ง ซึ่งถูกใช้ถึง 22 ปี (1976-199 8) รูป apple ถูกกัดมาจากคำว่า byte ของภาษาคอมพิวเตอร์ที่กลายเป็น bite

apple.jpg

ในสมัยนั้น Logo 7 สีคงพิมพ์ยากน่าดู ผมคิดว่า Jobs คงอยากได้สีรุ้งมากถึงได้ยืนกรานใช้แบบนี้ พอในปี 1998 เมื่อ Jobs กลับสู่ Apple ได้ทำการ Redesign Logo Identity จากสีรุ้งเป็นสี Monochrome เพื่อให้ดูทันสมัย ซึ่ง Theme น่าจะมาพร้อมกับ Product ที่ออกในช่วงเวลานั้นด้วย แต่ผมว่า Logo สีรุ้งก็ยังดูมีเสน่ห์และเป็นปัจเจกชนเหมาะกับตัว Jobs มากกว่าอยู่ดี


คำว่าโลกร้อนมีการพูดคุยกันมากในช่วงเวลานี้ ห้างสรรพสินค้าบางแห่งมีการนำเสนอให้ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก ต่างประเทศมีทางเลือกให้ลูกค้าที่มา Shopping ว่าจะใช้ถุงพลาสติก หรือถุงกระดาษ บางแห่งบอกว่า ถุงกระดาษดีกว่า รักษาสิ่งแวดล้อมกว่า บางลูกค้าบอกว่า ใช้ถุงพลาสติก ดีกว่า เอามาใช้ใหม่ก็ได้ Recycle ก็ง่ายกว่า มาลองกันดูว่า ถุงพลาสติก หรือกระดาษ อย่างไหนจะช่วยโลกมากกว่ากัน

  • ถุงกระดาษทำมาจากไม้ ซึ่งหายากขึ้นทุกวัน ถุงพลาสติกทำมาจาก Polyethylene สกัดจากน้ำมัน ซึ่งนับวันยิ่งแพงและน้อยลง
  • พลังงานที่ใช้ในการผลิตถุงกระดาษมากกว่าถุงพลาสติกถึง 4 เท่า ต้องตัดไม้ ย่อยสลาย ทำเป็นเยื่อกระดาษ Die-cut พิมพ์ ถึงจะกลายเป็นถุงที่เราเห็น
  • ถุงกระดาษและถุงพลาสติกใช้สารเคมีในการผลิต โดยการผลิตถุงกระดาษสร้างมลภาวะทางอากาศมากกว่าการผลิตถุงพลาสติกเกือบครึ่ง และมลภาวะทางน้ำมากกว่าถึง 50 เท่า
  • ถุงพลาสติกใช้พลังงานในการ Recycle น้อยกว่าถุงกระดาษ 98%
  • ถุงพลาสติกไม่สามารถย่อยสลายตามธรรมชาติได้ แต่กลบฝังโดยกินเนื้อที่น้อยกว่าถุงกระดาษ ส่วนถุงกระดาษ แม้ว่าสามารถย่อยสลายตามธรรมชาติได้ แต่ต้องอาศัยน้ำ อากาศ Oxygen ดิน ในพื้นที่ที่สามารถเข้าถึงได้ช่วย

รู้แล้วว่าทั้งกระดาษและพลาสติกก็ไม่ดีกว่ากันเท่าไหร่ อย่างนี้ต้อง ไม่ต้องใส่ถุงแล้ว

bag.jpg


ใครทำงานออกแบบ ต้องรู้จัก Pantone อย่างแน่นอน Pantone เขาไม่ได้ขายสี แต่เป็นหนึ่งในมาตรฐานการกำหนดสี (เกือบจะผูกขาดอยู่แล้ว) ทำให้นักออกแบบและโรงงานผู้ผลิตสามารถควบคุมสีที่ต้องการในงานสุดท้ายได้ มีอีกไม่กี่เจ้า เช่น DIC ลองเปิดดูใน Profile ของ Photoshop หรือ Illustrator ดู เจ้า Pantone Code เป็นตัวกำหนดสีให้แก่ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มากมาย ตั้งแต่รถยนต์ไปจนถึงรองเท้า Logo บริษัท เช่น เราจะจำสีเขียวที่เป็นเอกลักษณ์ของ Starbucks ที่แตกต่างจากสีเขียวของ Milo สีน้ำตาลของ UPS หรือสีเหลืองของนมตราหมี

ไม่น่าเชื่อว่าไอ้การที่แสงความยาวคลื่นต่างกันสะท้อนจากวัตถุเข้าลูกตาเรา แล้วเราสามารถประมวลผลเป็นสีหนึ่ง ๆ นั้นมันซับซ้อนมากแค่ไหน แต่ Pantone ก็ทำให้เรารู้ว่าสีนั้นมีมากมายจนเราแยกแยะไม่ถูกเหมือนกัน เคยลองนับดูว่า Pantone เล่มหนึ่งมีทั้งหมดกี่สี ปรากฏว่า Pantone Uncoated ที่ใช้ในแค่ในงานพิมพ์ก็มีถึง 1137 สี (ถ้านับไม่ผิด) ไม่รวมถึงการพิมพ์ในระบบอื่น ๆ

ปัจจุบัน Pantone เป็นมากกว่าเครื่องมือของนักออกแบบแล้ว การออกสินค้าที่เป็น Lifestyle Products มีทั้งของแต่งบ้าน แฟชั่น เครื่องใช้อุปกรณ์สำนักงาน โดยใช้สีสร้างให้เกิดเป็น Theme และ Collection ดูเหมือนจะทำให้เกิดการต่อยอดและการสร้าง Brand ให้กับธุรกิจได้อย่างน่าสนใจ ลองดูได้ที่ http://www.pantoneuniverse.com/

pantoneuniverse.jpg

ยังมี Pantone กับการทำนายสีที่เหมาะสมกับวันเกิดด้วย ใครอยากรู้ว่าสีที่เป็นตัวแทนของเราจะเป็นสีอะไร ลองเช็คดูที่ http://www.colorstrology.com/ เป็น Web ที่บอกเราว่าวันเกิดของเราจะใช้สีอะไร แถมมีบอก Personality ของเราให้อีกด้วย อย่างของผมจะเป็นสี Dusty Pink เบอร์ 14-1316

เมื่อก่อนแค่รุ้งกินน้ำ 7 สีก็คิดว่าคงเกือบครบแล้ว แต่พอมาทำงาน แล้วใช้เจ้า Pantone เลยรู้ว่าสีนี้มีเป็นพัน ๆ สี อนาคตเราคงจะพูดแค่ชื่อสีไม่ได้แล้ว คงต้องบอกเบอร์ Pantone กำกับด้วย เลยกำลังคิดว่าธงชาติไทยเราใช้ Pantone Code เบอร์อะไร ใครรู้ช่วยบอกด้วยที




Blog Stats

  • 380 hits